1. หลังศึกษาเนื้อหาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ให้นิสิตทำกิจกรรมดังนี้
1.1 จากแหล่งการเรียนรู้ 31 แห่ง ให้แบ่งประเภทของแหล่งการเรียนรู้ เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ/อาคารสถานที่/บุคคล/วิธีการ
ตอบ ทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบด้วย 1. สวนสัตว์เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
2. สวนสัตว์สงขลา จังหวัดสงขลา
3. สวนพฤษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) จังหวัดตรัง
4. สวนสัตว์ดุสิต กรุงเทพมหานคร
5. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี
6. สวนสัตว์นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
7. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่
8. ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติตำบลไทรย้อย เครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดแพร่
อาคารสถานที่ ประกอบด้วย 1. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
2. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก
3. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
4. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
5. สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
6. สำนักวิทยาบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
7. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
8. ห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี
9. พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร
10. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม
11. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จังหวัดปทุมธานี
12. เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ
13. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี
14. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป กรุงเทพมหานคร
15. หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กรุงเทพมหานคร
16. หอศิลปวิทยนิทรรศน์ กรุงเทพมหานคร
17. หอสมุดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จังหวัดนครนายก
18. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
19. ห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" จังหวัดภูเก็ต
20. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน จังหวัดภูเก็ต
21. พระธาตุเรืองรอง จังหวัดศรีสะเกษ
วิธีการ ประกอบด้วย 1. ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
2. ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี
2. สวนสัตว์สงขลา จังหวัดสงขลา
3. สวนพฤษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) จังหวัดตรัง
4. สวนสัตว์ดุสิต กรุงเทพมหานคร
5. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี
6. สวนสัตว์นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
7. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่
8. ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติตำบลไทรย้อย เครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดแพร่
อาคารสถานที่ ประกอบด้วย 1. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
2. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก
3. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
4. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
5. สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
6. สำนักวิทยาบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
7. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
8. ห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี
9. พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร
10. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม
11. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จังหวัดปทุมธานี
12. เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ
13. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี
14. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลป กรุงเทพมหานคร
15. หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กรุงเทพมหานคร
16. หอศิลปวิทยนิทรรศน์ กรุงเทพมหานคร
17. หอสมุดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จังหวัดนครนายก
18. ห้องสมุดประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
19. ห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" จังหวัดภูเก็ต
20. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน จังหวัดภูเก็ต
21. พระธาตุเรืองรอง จังหวัดศรีสะเกษ
วิธีการ ประกอบด้วย 1. ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
2. ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชลบุรี
1.2 จากแหล่งการเรียนรู้ต้นแบบ 31 แหล่ง ให้นิสิตประเมินแหล่งการเรียนรู้โดยเลือกมา 1 แหล่ง คือ " พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม "
1.2.1 องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เกิดจากแรงบันดาลใจของผู้สร้างสรรค์กลุ่มหนึ่งนำโดย อาจารย์ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ ที่สนใจการสร้างหุ่นขี้ผึ้ง และศึกษาค้นคว้าทดลองเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จึงประสบความสำเร็จ สามารถสร้างหุ่นขี้ผึ้งยุคใหม่จากไฟเบอร์กลาสที่มีความคงทน ประณีต งดงาม เหมือนคนจริงที่สุด จนคณะผู้ร่วมงานเห็นสมควรที่จะสนับสนุนให้ก้าวหน้าต่อไป เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติและศิลปินไทย จึงเริ่มโครงการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ในปีพ.ศ. 2525 สำหรับเป็นสถานที่สร้างและจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย
- ประชาชนทั่วไป
- นักเรียน / นักศึกษา
- ผู้คนที่สนใจเกี่ยวกับหุ่นขี้ผึ้ง
- จัดเป็นนิทรรศการถาวร กับ นิทรรศการพิเศษ
1.2.4 รูปแบบ / วิธีการ / เทคนิคการนำเสนอ
ภายในอาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ชั้นล่างจัดเป็นห้องแสดงถาวรจำนวน 7 ห้อง ประกอบไปด้วยหุ่นชุดต่างๆ เช่น ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี , ชุดพระอริยสงฆ์ , ชุดมุมหนึ่งของชีวิต และชุดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชชนนีและสมเด็จพระพี่นางเธอฯ เป็นต้น ชั้นบน จัดเป็นห้องแสดงนิทรรศการชั่วคราวชุดต่างๆ หมุนเวียนตามความเหมาะสม ปัจจุบันจัดแสดง ชุด 3 ครูไทย , ชุด 3 บุคคลสำคัญของโลก , ชุดวรรณคดีไทย พระอภัยมณีของสุนทรภู่ , ชุดวัฒนธรรมประเพณีไทย เรื่องการละเล่นไทย และชุดประวัติศาสตร์ไทย ที่ดูเหมือนจะเป็นโซนไฮไลด์ของชั้นบนซึ่งจัดเเสดงเรื่องเลิกทาส " Slavery in Thailand "
มีการจัดแบบจำลองทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสและนิทรรศการ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ
1.2.5 มีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียนอย่างไร
กลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนทั่วไป นักเรียน / นักศึกษา และผู้ที่สนใจเกี่ยวกับหุ่นขี้ผึ้ง เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลาย ซึ่งจัดนิทรรศการเป็นแบบหมุนเวียน ตามความเหมาสมของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละวัย ที่ต้องการการเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไป
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จังหวัดนครปฐม เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัย ที่เน้นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่นๆ
อ้างอิงจาก http://www.travelthaimagazine.com http://www.paiduaykan.com/ http://moohin.com/trips/nakhonpathom/model/ http://www.ohomylife.com/travel/Center_museumwax.php
แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล
นิ้วกลม สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์
นิ้วกลม เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่เคยศึกษาอยู่ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีความฝันกับมุมมองแปลกใหม่อยู่ในสายเลือด จุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาเริ่มต้นจากการอ่านหนังสือเรื่อง จินตนาการไม่รู้จบ (The Never Ending Story) นวนิยายแปลแฟนตาซีจากประเทศเยอรมนี ที่เพื่อนแนะนำให้อ่าน จนกระทั่งเป็นการต่อยอดไปยังการอ่านหนังสือเรื่องอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่คือหนังสือของกวีซีไรท์คนสำคัญ "วินทร์ เรียววาริณ" และนิ้วกลมยังบอกอีกว่า กระบวนการการอ่านการเขียน ก็เหมือนปรากฏการณ์ฝน เมื่ออ่านมากก็เหมือนน้ำระเหยขึ้นไปกองกันอยู่ในสมองไม่ต่างอะไรจากก้อนเมฆ จากนั้นก็กลั่นออกมาเป็นน้ำฝน เปรียบเทียบกับงานเขียน ที่คล้ายกับการรวบรวมเอาน้ำฝนจากพี่ ๆ นักเขียนท่านอื่น มารวมกันในสมองและกลั่นออกมาเป็นงานเขียนชิ้นใหม่ ที่เป็นเม็ดฝนจากสมองของเขาและนี่คือผู้ชายธรรมดาที่ใช้ชีวิตแบบธรรมดาในมุมมองที่แตกต่าง จนเกิดการตกผลึกทางความคิดออกมาเป็นผลงานดี ๆ ที่ให้ทุกคนอ่านแล้วคิดตามได้เสมอ เรียกได้ว่า นิ้วกลม คือคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ
1. ได้รับรางวัลชนะเลิศในหมู่นักเรียน B.A.D. โดยในการแข่งขันออกแบบโฆษณาสิ่งพิมพ์เพื่อรณรงค์ให้ประเทศไทยปลอดจากคอรัปชั่น โดยเขาประกวดโดยการส่งงานที่เป็นกุญแจรถบีเอ็มดับเบิลยูกับกระดาษพับที่มีข้อความว่า “สวัสดีคณะกรรมการ Junior B.A.D. Awards ทุกท่านครับ เห็นว่าพวกท่านทำงานกันหนัก อยากให้พวกท่านได้นั่งรถสบายๆ จึงส่งรถคันนี้มาเป็นของกำนัล ยังไงตอนให้คะแนนก็ช่วยพิจารณางานชิ้นนี้ของผมเป็นพิเศษหน่อยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ…ประเทศไทยในฝัน? ไม่มีคอรัปชั่น คำตอบอยู่ที่คุณ
ผลงาน
- โตเกียวไม่มีขา (2547)
- หิมะกัดส้มผมลิขิต (2547)
- กัมพูชาพริบตาเดียว (2548)
- เนปาลประมาณสะดือ (2549)
- สมองไหวในฮ่องกง (2550)
- อิฐ
- ณ
- หลังประตูบานนั้น Vol.2
- ทฤษฎีสีชมพู
- นวนิยายมีมือ (ผมมูราคามิ)
- นั่งรถไฟไปตู้เย็น (2551)
- หน่อไม้ (2551)
- ระยะทางอันห่างใกล้ (2552)
- อาจารย์ในร้านคุกกี้ (2552)
- ปอกกล้วยในมหาสมุทร (2552)
- M&M (2552)
- ลอนดอนไดอารี่ 1.1 (2551)
- เรื่องรักธรรมดา (2552)
- ฝนกล้วยให้เป็นเข็ม (2553)
- บุกคนสำคัญ (2553)
- สิ่งที่ค้นพบระหว่างนั่งเฉยเฉย อุนนุนหมายเลขหนึ่ง (2553)
- สิ่งมหัศจรรย์ธรรมดา (2553)
- ความสุขโดยสังเกต (2554)
- กาลครั้งหนึ่งทุกสถานที่เคยมีความรัก อุนนุนหมายเลขสอง (2554)
- ความรักเท่าที่รู้ (2554)
- ตรวจภายใน (2555)
- แอ่งน้ำกลางทะเลทราย (2555)
- สาระภาพ (2555)
โชคชัย บูลกุล
โชคชัย บูลกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ของมหาวิทยาลับมหิดล Clinical Professor ของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหลักสูตรการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ โชคมีจุดยืนที่ชัดเจน รู้ศักยภาพของตัวเอง ทำในสิ่งที่เชี่ยวชาญ ทำงานเป็นระบบ รู้จักผสมผสานความคิดที่เป็นประโยชน์จากคนรุ่นก่อนมาใช้ เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่มีวิธีคิดโดดเด่น มีกระบวนการทำธุรกิจทั้งเชิงรุกและเชิงรับสอดประสานกันดี จนประสบความสำเร็จ มีผลกำไร มีชื่อเสียงโด่งดัง และสร้างแบรนด์ฟาร์มโชคชัยจนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ด้วยการบริหารฟาร์มโชคชัยจากวันที่รับช่วงกิจการพร้อมกับหนี้สินกว่า 400 ล้านบาท เป็นเหตุให้ต้องตัดใจขายธุรกิจนมพร้อมดื่มออกไปในปี 2537 ทว่า เวลาเพียง 10 กว่าปี กิจการฟาร์มโชคชัยมีรายได้เป็นหลักพันล้านบาทจาก 7 บริษัท ซึ่งไม่ได้มีเพียงธุรกิจฟาร์มโคนม แต่ยังมีธุรกิจอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปนมและไอศกรีม ร้านอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งรีสอร์ตและอะโกรทัวร์ (Agro - tour) ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ฟาร์มวัว แม้แต่ความคิดที่จะส่งออกโคนมแข่งกับประเทศที่มีโนว์ฮาวเรื่องโคนมมาหลายชั่วอายุคน อย่างออสเตรเลีย เหล่านี้ล้วนมาจากวิธีคิดแบบเด็ก แต่กลั่นกรองและต่อยอดบนความเป็นผู้ใหญ่
รางวัลที่ได้รับ
ปี พ.ศ. 2553
1. ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยมหิดล
2. ได้รับพระราชทานรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 11 สาขา "องค์กรดีเด่น" จากสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ปี .พ.ศ. 2552
1. ได้รับแต่งตั้งเป็นนักทรัพยากรมนุษย์ดีเด่นแห่งประเทศไทย หรือรางวัล Thailand Top 100 HR จากสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปี .พ.ศ. 2551
1. ได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์พิเศษร่วมสอน (Clinical Professor) ของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหลักสูตรการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์
ปี .พ.ศ. 2549
1. ได้รับแต่งตั้งจากพระราชินีราเนีย แห่งประเทศจอร์แดนให้เป็น 1 ในสมาชิกของกลุ่ม Young Global Leaders ผู้นำสายพันธุ์ใหม่ของโลกจากเวที World Economic Forum
2. ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ศ.ดร. ธีระ สูตะบุตร)
ปี .พ.ศ. 2546
1. ได้รับรางวัลอุบล เรียงสุวรรณ ในฐานะศิษย์เก่าดีเด่น รุ่นที่ 10 สาขาบริหารและธุรกิจ จากสมาคมนักเรียนเก่า โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ปี .พ.ศ. 2544
1. ได้รับคัดเลือกเพื่อถ่ายทำชีวประวัติ จากรายการ National Geographic Channel ในฐานะ 1 ใน 13 นักธุรกิจรุ่นใหม่ของโลกที่มีรูปแบบและหลักการในการทำธุรกิจที่น่าสนใจ
ปี .พ.ศ. 2543
1. ได้รับคัดเลือกจากนิตยาสาร Asia Week ให้เป็น 1 ใน 25 นักธุรกิจสายพันธุ์ใหม่เเห่งเอเชีย
ผลงาน
1. ได้รับการตีพิมพ์ชีวประวัติในหนังสือเรื่อง "ควบบนวิกฤติ ชีวิตบนหลังอาน " โดยบริษัท ฟิวเจอร์พับลิซซิ่ง จำกัด ในปี พ.ศ. 2543
2. หนังสือ " โชคช่วยด้วยประสบการณ์ " ผลงานรวมเล่มบทสัมภาษณ์จากรายการวิทยุ ชั่วโมงเศรษฐกิจ FM 101.5 MHz จัดพิมพ์โดย บริษัท บิสซี่เดย์ จำกัด ในปี พ.ศ. 2550
3. หนังสือ " เติมโชคให้การตลาด " ผลงานรวมเล่มบทความจากคอลัมน์ โชคช่วยด้วยการตลาด ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จัดพิมพ์โดย บริษัท ฐานการพิมพ์ จำกัด ในปี พ.ศ. 2551
4. ได้รับเชิญเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยแลกธุรกิจสลับการบริหารกับ CEO จากอีก 2 องค์กร ในหนังสือ " ซี อี โอ สลับร่าง " งานเขียนของคุณนงค์นาถ ศรีสกุล ห่านวิไล จัดพิมพ์โดย บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์ พับลิซซิ่ง จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ. 2552
5. อัลบั้มผลงานเพลงในสังกัดค่าย SONY MUSIC ผลงานที่มีส่วนร่วมในการประพันธ์ เรียบเรียงดนตรี ขับร้อง และบันทึกเสียง วางจำหน่าย 2 ชุด ในปี พ.ศ. 2540 และปี พ.ศ. 2546









